Fiction Rally Side B: part 7 (hana matsumoto)
posted on 28 Jul 2008 17:58 by fictionfactory
กลิ่นหอมอ่อนๆสะอาดๆลอยเข้าสะกิดโสตประสาทของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนโซฟา สิ่งแรกที่เห็นคือดอกไม้สีขาว เมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสก็ถึงได้เห็นว่าเป็นดอกกุหลาบ
“... อาพีท” ริมฝีปากบางพึมพำชื่อคนที่อยู่ในฝันเมื่อครู่ มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาก่อนจะยันตัวขึ้นมามองไปรอบๆ ดอกกุหลาบสีขาวก้านยาววางอยู่ตรงหน้า
‘ไง... ตื่นแล้วเหรอเรา’ พิชญ์ยิ้มทักขณะที่กำลังจัดดอกกุหลาบสีขาวกำใหญ่ใส่แจกันแก้วใบสวย เด็กหนุ่มหยิบก้านกุหลาบขึ้นมามอง
‘ได้มาอีกแล้วเหรอครับอาพีท’
‘อื้ม สวยใช่ไหมล่ะ’ ญาณัชเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นดอกกุหลาบให้
‘ครับ... แต่อาพีทน่าจะเลิกเอามาวางใกล้ๆนัทเวลานัทนอนน้า... เดี๋ยวนัทกลิ้งทับดอกไม้แบนหมดนะครับ’
พิชญ์วางมือลงบนศีรษะของหลานรักก่อนจะลูบเบาๆ
‘นัทไม่ได้นอนดิ้นสักหน่อย ตื่นมาเจอกลิ่นหอมอ่อนๆของกุหลาบก็ดีแล้วนี่ สดชื่นดีออก’
ญาณัชส่ายศีรษะแรงๆก่อนจะหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาถือไว้
“อ๊ะ” หนามกุหลาบที่ยังไม่ถูกตัดออกทิ่มลงบนปลายนิ้วชี้ เลือดสีแดงซึมออกมาจากจุดที่ถูกหนามตำ เด็กหนุ่มรีบเดินไปหาเจ้าของบ้านที่กำลังง่วนอยู่ในครัว
“โทษนะครับ... มีเบตาดีนกับพลาสเตอร์ยาไหมครับ”
ทยุตที่กำลังตักกระเพราหมูกรอบไม่ใส่ใบกระเพราลงบนข้าวสวยร้อนๆที่อยู่ในจานสีขาวชะงักมือ ก่อนจะจัดต่อ แล้วหันมาสนใจแขกในวันนี้ เขาเห็นปลายนิ้วที่มีจุดแดงๆที่พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเลือด
...แผลแค่นี้แค่บีบเลือดออกแล้วแปะพลาสเตอร์ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ...
“คุณแพ้หนามกุหลาบเหรอครับ”
“เปล่าครับ”
...อย่างนั้นยาก็ไม่จำเป็นหรอก...
ทยุตยื่นมือมาหมายจะจับข้อมือเล็กมาดูให้ แต่อีกฝ่ายกลับชักมือไว้ ไม่ยอมให้เขาได้ทำอย่างนั้น
“ไม่ต้องครับ ผมทำเองได้” ไม่ใช่ไม่อยากรับความหวังดีจากอีกฝ่าย แต่ถ้าถูกดึงไป ต่อให้เป็นเสื้อแขนยาว ก็คงไม่อาจปิดรอยแผลที่เกิดจากการกรีดข้อมือได้
“เดี๋ยวผมเอาพลาสเตอร์ให้ครับ” ทยุตเดินออกมาจากบริเวณเคาน์เตอร์ที่กั้นระหว่างครัวกับโต๊ะทานข้าว หายเข้าไปในห้องทางเดินทางด้านใน แล้วกลับออกมาพร้อมกับพลาสเตอร์
“นี่ครับ”
“ขอบคุณครับ” ญาณัชเดินหายไปในห้องน้ำอีกครั้ง เพราะไม่เคยถูกหนามกุหลาบตำมาก่อน ถึงพิชญ์จะชอบเอากุหลาบมาวางไว้ข้างๆเขา แต่พิชญ์ก็จะขจัดหนามออกไปเพื่อไม่ให้สร้างบาดแผลให้เขา
“ข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้วนะครับ” ทยุตเอ่ยบอกเมื่อเห็นร่างบางเดินกลับมา นักเปียโนหนุ่มตาโศกเอ่ยบอกขอบคุณแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร นอกจากกระเพราหมูกรอบไม่ใส่ใบกระเพราที่สั่งไป มีชามใส่แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้ไข่ ญาณัชถึงกับขมวดคิ้วไปนิดนึง
...ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าไม่ทานผักกาดขาวในแกงจืด...
ญาณัชใช้ช้อนส้อมค่อยๆเขี่ยพริกกับกระเทียมออกไปวางไว้ริมจาน แม้จะชิ้นเล็กจนกินเข้าไปก็ไม่รู้สึกเขาก็ยังเขี่ยออก จนในจานเหลือเพียงหมูกรอบกับข้าวและน้ำซอสผัดกระเพรา แล้วจึงกดช้อนลงเพื่อกระจายข้าวออก
“...” เขาตักกระเพราเข้าปากก่อน และรสมือของทยุตก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาตักน้ำแกงมาชิม ก็รสดีมากจนแอบคิดว่าถ้าอยากจะเปิดร้านก็เปิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องให้เขาช่วยชิมด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มตักเต้าหู้ลงมา หั่นออกเป็นสองชิ้นแล้วค่อยทาน
การกระทำทุกอย่างของเขาตกอยู่ในสายตาของทยุต เชฟฝีมือดีมองการตั้งใจเลือกพริกกับกระเทียมออกให้หมดทุกชิ้นไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวหรือสักอณูเดียว
หลังจากสังเกตได้สักพัก ก็พบว่าผักกาดขาวในแกงจืดไม่ได้ถูกตักออกมาเลย
...ถ้าไม่ทานก็น่าจะบอกกันไม่ใช่เหรอ...
‘น้องนัท’ ของแม่เขาเลือกทานอย่างนี้นี่เอง ถึงได้ตัวเล็กแบบนี้... ทยุตคิดอยู่ในใจ ถึงผิวจะไม่ได้ขาวจนซีด แต่ร่างกายที่ติดจะผอมบางกับสีหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ญาณัชเหมือนคนป่วยหนักเข้าไปอีก
เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น... ไม่ใช่นิสัยของเขาเท่าไหร่นัก แต่พอนึกว่าเป็นคนที่แม่ของเขาคอยมาพูดถึงให้ฟังบ่อยๆ กลับรู้สึกคล้ายกับอดไม่ได้ที่จะต้องยื่นมือเข้าไป
...ถ้า‘น้องนัท’แข็งแรงดี แม่ที่อยู่บนสวรรค์ก็คงจะดีใจเหมือนกัน...
“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ทยุตรีบเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งดึงจานข้าวมาจากเด็กหนุ่มที่ตั้งท่าจะหยิบไปล้าง เมื่อตอนเช้าก็ต้องพูดแบบนี้หนนึง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมญาณัชถึงต้องพยายามจะจัดการเอง นิ้วก็มีพลาสเตอร์พันรอบอยู่
...ความคิดของลูกคุณหนูช่างเข้าใจยาก
ญาณัชทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง อย่างน้อยถ้ามีเปียโนก็ยังดี เขาหยิบรีโมทขึ้นมากดไล่ไปตามช่องต่างๆอีกครั้ง รายการทีวีในเวลานี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ หนังซีรี่ส์ก็ไม่มีเรื่องที่เขาชอบดู
...เบื่อ...
ร่างบางขยับตัวมาทางด้านนึงของโซฟาเมื่อเจ้าของบ้านเดินมานั่งลงข้างๆ สายตาที่ดูแน่วแน่มองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ ญาณัชจึงหันมายื่นรีโมทให้
“ผมไม่ได้ดูอะไรอยู่ครับ”
“....” ในเมื่ออีกฝ่ายบอกเช่นนั้น เขาจึงเปิดดูรายการพาเที่ยวพร้อมแนะนำร้านอาหารดังๆจากทั่วโลก ทยุตตั้งใจไว้แล้ว สักวันเขาจะต้องมีร้านอาหารของตนเองให้ได้ ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินพอจะลงทุน แต่เพราะเขาเองยังรู้สึกว่าไม่พร้อม
น่าอิจฉาเจ้าของร้านที่พิธีกรเข้าไปสัมภาษณ์ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขแบบนั้น... สักวัน... ทยุตบอกกับตัวเอง
สักวันเขาจะยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจกับร้านอาหารของเขาเอง
“ลูกชิ้-” ทยุตรีบกลืนคำที่ตั้งใจจะต่อว่าเจ้าชิวาว่าตัวเล็กลงคอ น้ำหนักที่ตกลงมาบนตักของเขาไม่ใช่ลูกชิ้น แต่เป็นศีรษะของญาณัช
“....” ร่างสูงหันมองคนที่นอนลงบนโซฟา ศีรษะวางอยู่บนตักของทยุตโดยไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาที่ดูโศกเศร้าปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอของเขาทำให้ทยุตรู้ว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว
...ทำไมถึงหลับได้อีกแล้ว...
สายตาของทยุตละจากหน้าจอโทรทัศน์มาที่คนข้างๆ เส้นผมสีดำขลับยาวสยายลงมาล้อมกรอบใบหน้าหวาน เขาไล้ปลายนิ้วไปบนปอยผมที่ตกลงมาระใบหน้า ปัดออกให้ไม่เกะกะรบกวนคนที่กำลังนอน
“...!?” ฝ่ามือใหญ่กลับถูกมือของญาณัชที่ไม่รู้สึกตัวจับไว้แล้วดึงไปแนบอยู่กับแก้ม
“... อาพีท” ริมฝีปากบางขยับเพียงเล็กน้อย มีเสียงพึมพำออกมาเบาๆก่อนที่จะปรากฎรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นเช่นนั้น ทยุตที่ตั้งใจว่าจะค่อยๆลุกไปก็ล้มเลิกความคิดดังกล่าว
ทั้งๆที่ทำงานกลางคืนที่โรงแรมแล้ว แต่ข้างในคงยังเป็นเด็กมากกว่าที่คิดไว้
...จะยอมให้นอนอยู่แบบนี้ก่อนก็ได้...
TBC
โจทย์ให้คุณเชฟ
- คุณเชฟจงหล่อใส่น้องนัท
- ให้คุณเชฟรู้สึกว่าน้องนัทโมเอ้
- ให้คุณเชฟประทับใจน้องนัท
Released
ชอบมาก...
อิ๊!!!!!
อีเชฟไม่ต้องเอาแม่มาบังหน้าาาา หุ้ยยยยย หมั่นไส้!!!
อีน้องก็ยั่วพอกัน นั่งยังไงถึงไปนอนตักเค้าได้ห้ะ!!!
สุดท้าย
โจทย์คู่นี้รู้สึกเล้วเลว...
#1 By KeeChan on 2008-07-28 19:34