Fiction Rally Side B: part 6 (Shadow)
posted on 24 Jul 2008 18:17 by fictionfactory
‘เอาแต่ใจ’
นี่เป็นคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ทยุตกระแอมเบาๆอย่างไว้เชิงก่อนจะหันกลับมามองเต็มสองตา
“ถ้าถามว่าได้ไหม...ก็คงได้ล่ะครับ แต่ว่า...ถ้าเป็นอย่างงั้นแล้วอาหารแต่ละมื้อของคุณก็ไม่มีสารอาหารครบถ้วนน่ะสิ...อย่างจำพวกผักถ้าเติมลงไป...อืม...อ่อ! กลางวันเป็นแกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้ไข่ ส่วนมื้อเย็นเป็นสลัดผักนิดๆหน่อยๆเพิ่มเข้าไปคงได้ละมั้ง” ประโยคหลังๆเขาเริ่มพูดกับตัวเองพลางพยักหน้าหงึกหงัก ปริญญาตรีทางโภชนาการของทยุตมิได้มีไว้เพียงประดับบ้านเท่านั้น งานอีกอย่างที่เขาชื่อชอบคือการกำหนดอาหารทั้งคุณค่าและปริมาณให้เหมาะสมกับคนกิน...
“ผมไม่กินน้ำสลัด” ญาณัชเอ่ยท้วง ริมฝีปากบางเม้มแน่น...แค่นึกถึงรสชาติเปรี้ยวๆหวานๆและความแหยะของมันที่ราดอยู่บนผักสลัดก็ชวนคลื่นเหียนแล้ว
“ไม่กินมะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ แครอท ฟักทอง แล้วก็ผักฉุนๆอย่างต้นหอม ตั้งโอ๋ ผักชีก็ไม่กินเหมือนกัน” นักเปียโนหนุ่มนับนิ้ว มีอีกหลายอย่างที่เขาไม่กิน...มันมากเสียจนนับนิ้วมือรวมกับนิ้วเท้าเข้าไปแล้วยังไม่พอเลย
‘กินยาก’
คำที่สองแวบเข้ามาต่อ...ทยุตกวาดตามองร่างที่ติดจะผอมบางที่นั่งอยู่...เพราะว่าเลือกกินสินะเลยตัวเท่านี้
“แล้วสปาเก็ตตีปลาเค็มผัดแห้งๆที่ว่าจะกินกับอะไรล่ะ...ครับ” เชฟหนุ่มเกือบลืมคำลงท้าย ทั้งที่จริงๆแล้วกับคนที่อายุน้อยกว่าเขาแทบจะไม่พูดมีหางเสียงด้วยซ้ำ ความที่มักจะครองตำแหน่ง ‘คนสั่ง’ มากกว่า ‘คนถูกสั่ง’ ทำให้เขาค่อนข้างขาดความละเอียดอ่อนด้านนี้ไป
“อย่างเดียวก็ได้ ผมไม่เรื่องมาก” ญาณัชเอนหลังพิงโซฟาดังเดิมแล้วกดรีโมททีวีเป็นสัญญาณว่าจะจบการสนทนาเพียงเท่านี้
ทยุตส่ายหัวให้ ‘คนไม่เรื่องมาก’ ลับหลัง
“งั้น...เชิญตามสบาย ผมจะออกไปรดน้ำต้นไม้ก่อน”
“ครับ”
ทยุตดีดนิ้วพลางเรียกชื่อเจ้าสองยุ่ง แต่เจ้าของชื่อกลับนอนกระดิกหางครางหงิงทำเมินไม่สนใจ ไส้กรอกนั่งเอาหัววางพาดหัวเข่าญาณัช ส่วนลูกชิ้นยิ่งแล้วใหญ่...ชิวาว่าตัวจ้อยอาศัยอภิสิทธิ์ของขนาดตัวขึ้นไปนอนครองบนโซฟาข้างๆก่อนจะตะกายเปลี่ยนที่ไปนอนบนตักหาความอบอุ่นของร่างกาย
...หมาทรยศ...
เจ้าของที่ถูกเมินบ่นในใจ และดูเหมือนลูกชิ้นจะรู้ว่าในหัวเจ้านายคิดอะไรอยู่ มันเห่าเสียงแหลมหนึ่งทีแล้วทำกริยาที่..ถ้าเป็นคนคงเรียกว่าค้อนควักใส่
....สาบานได้ว่าเขาไม่เคยอยากถีบสัตว์เลี้ยงที่น่ารักด้วยความเอ็นดูเท่าตอนนี้มาก่อนเลย
“แล้วอย่าตามออกมาล่ะ”
“ครับ?” ญาณัชหันหน้ากลับมาหาแต่เจ้าของคำพูดก็เดินออกไปแล้ว เขากดรีโมททีวีไล่ดูไปเรื่อยๆ ในเวลานี้..ตามปกติเขาจะนั่งๆนอนๆอยู่บนเตียงหรือไม่ก็อ่านหนังสืออ่านเล่นกลิ้งไปมา แต่พอได้ตื่นเช้า ได้กินข้าวเช้าอร่อยๆตบท้ายด้วยเครื่องดื่มก็ทำให้ขี้เกียจจนไม่อยากจะลุกไปไหน
“หงิง” ชิวาว่าพันธุ์ขนยาวสีน้ำตาลปนขาวเงยหน้าเรียกร้องความสนใจ ดวงตากลมใสแป๋วจ้องมาตรงๆ ลิ้นเล็กจิ๋วสีชมพูอ่อนแลบออกมาทำท่ายิ้ม ลูกชิ้นซุกตัวเข้ากับหน้าท้องของญาณัชแล้วนอนขดอีกครั้ง
ชายหนุ่มยิ้มให้มันแล้วลูบหัวเบาๆ ทีวีที่ไม่มีอะไรน่าสนใจถูกปิดลง อีกมือที่ว่างก็ลดลงไปลูบตัวตัวใหญ่ที่กระดิกหางจนขนสีทองสั่นไหว ความนุ่มของขนและความอุ่นของผิวหนังของมันทำให้รู้สึกดี...ราวกับได้พักผ่อนหลังช่วงเวลาอันแสนเหน็ดเหนื่อย
ญาณัชหรี่ตาลงช้าๆ เปลือกตาหนักอึ้งปิดลงพร้อมๆกับความรู้สึกปลอดโปร่งที่เขาไม่ได้รับรู้มานานแสนนาน
สายน้ำฉีดพ่นเป็นหยาดละอองไปทั่วหญ้าสนามสีเขียวอ่อน เชฟหนุ่มใช้สายยางแบบมีที่สวมคล้ายฝักบัวส่ายไปรอบๆให้ความชุ่มชื่นแก่หญ้าต้นเล็กๆอย่างทั่วถึง ต้นไม้ที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไม้ดอกไทยๆที่มีกลิ่นหอมอย่างการเวก แก้ว มะลิ และพวกกินผลอย่างละนิดละหน่อย ด้านข้างซ้ายขวาของตัวบ้านเป็นแนวกุหลาบขาวที่แม่ปลูกไว้ตั้งแต่เขายังเล็ก ทุกๆวันทยุตมักจะเจียดเวลามารดน้ำและใช้ชีวิตอยู่ในสวนของแม่ตัดแต่งกิ่ง ริดใบ จับหนอน พรวนดินไปตามเรื่องราวโดยมีไส้กรอกและลูกชิ้นวิ่งวนไปมาอยู่รอบๆกาย
...เพียงแต่ว่าวันนี้เจ้าสองตัวนั่นพร้อมใจกันเอาใจคนมาใหม่กันหมด...
ทยุตเดินไปฉีดน้ำที่กอกุหลาบ ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีน้ำใสๆขังไว้เป็นหยดกลมๆดูสดใส เขาเดินเอาสายยางไปเก็บแล้วหยิบกรรไกรมาตัดดอกกุหลาบขาวทีละดอกจนได้เต็มหอบมือ เขาชอบให้ที่บ้านมีดอกไม้....เพราะมันทำให้นึกถึงตอนที่แม่มีชีวิตอยู่...
ชายหนุ่มเดินหอบดอกกุหลาบเข้าไปในบ้านด้วยเสื้อผ้าชุ่มละอองน้ำ เขาเหลือบมองนาฬิกาแล้วจึงรู้ว่าตนเองใช้เวลาไปกับการรดน้ำทำสวนนานมากและสมควรที่เขาจะเข้าไปทำผัดกระเพรา...ไม่ใส่ใบกระเพราะได้แล้ว
ทยุตก้าวไปยืนหยุดที่ด้านหลังโซฟา เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของญาณัชและเสียงครางของเจ้าสองตัวทำให้เขายิ้มออกมาได้นิดหน่อย ร่างสูงเดินไปยืนข้างหน้าหวังจะปลุก
...แต่ใบหน้าซีดๆที่หลับตาพริ้มอย่างเหนื่อยอ่อนที่สะท้อนเข้ามาในแววตากลับสั่งห้ามเอาไว้
ทยุตย่อตัวลง นัยน์ตาสีเขียวอมเทาจ้องมอง ‘น้องนัท’ ช้าๆ...เด็กชายที่ไม่เคยเห็นหน้าในความทรงจำค่อยๆชัดเจนขึ้น เขายื่นมือไปใกล้ๆเส้นผมสีดำที่ตกปรกใบหน้าแล้วหยุดชะงักลงเพราะแรงดึงที่ขากางเกง โกลเด้นรีทรีฟเวอร์สีทองงับปลายกางเกงแล้วดึงเอาไว้เหมือนจะบอกว่า...อย่าไปกวนคนนอน...
ทยุตลดมือลงตบตัวเจ้าหมาตัวใหญ่เบาๆ ก่อนจะเอานิ้วแนบริมฝีปาก..สั่งไม่ให้มันไปบอกใคร...
...โดยเฉพาะเจ้าของเส้นผมสลวยที่อยู่ตรงหน้า...
ชายหนุ่มหยิบดอกกุหลาบสีขาวมาหนึ่งดอกจากในอ้อมแขน เขาวางมันไว้ข้างๆกายของญาณัชที่อยู่ในห้วงฝัน รอยยิ้มบางเบาที่ขัดกับบุคลิกเงียบๆนอกบ้านส่งให้คนที่นอนหลังอยู่ทีหนึ่งก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากไป
เขาจัดดอกไม้ใส่แจกันใบใหญ่แล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะเล็กในห้องกินข้าว เส้นผมสีทองถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าเช่นเดียวกับผ้ากันเปื้อนสีขาวที่ถูกเอามาพันไว้กับเอว ทยุตหยิบหมูกรอบ กระเทียม พริกสดออกมาไว้ข้างๆกระทะก่อนจะจุดไฟตรงเตาแก๊ส
เปลวไฟสีส้มที่มีใจกลางเป็นสีฟ้าพุ่งขึ้นเหนือฐานเหล็กสีดำมะเมื่อม ลมอ่อนๆที่โชยมาจากพัดลมระบายอากาศพัดให้ไฟที่ลุกโชน...วูบไหวโอนเอน
TBC……
โจทย์ค่ะ อั๊งงง
- น้องนัทแสดงโมเอ้พอยท์
- คุณเชฟห้ามปล้ำ (อยากลองเขียนประโยคนี้ดูบ้าง หุหุหุ)
- แต่คุณเชฟลวนลามได้ตามสะดวก อุฮิ
Released
คุณเชฟหล่อออออออออออออออออออออออ
เด๋วจะต่อแม่งพรุ่งนี้เลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โอยยยยยยยยยยยยยยยยยย หล่อพ่อหล่อแม่ไรปานนี้ แม่งน่ารักเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย
อีหมาสองตัวก็ตอแหลได้โล่ห์มากกกกก แสรดดดดดดดดด
น้องนัทน่ารักกกกกกก ลูกแม่โมเอ้----
โจทย์แย่!!!!!!!
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-07-24 19:03