Fiction Rally Side B: part 1 (hana matsumoto)

posted on 23 Jun 2008 23:33 by fictionfactory








ณ โรงแรมระดับหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ที่ห้องแกรนด์บอลรูม มีงานแต่งงานของคุณหนูในแวดวงไฮโซ แขกเหรื่อในงานตอนนี้กำลังพากันชื่นชมคู่บ่าวสาวที่กำลังเต้นรำบนฟลอร์โดยมีเสียงเปียโนบรรเลงเพลงรักหวานๆประกอบ แต่ก็มีสาวน้อยใหญ่บางคนที่แอบละสายตาไปยังนักเปียโนหนุ่มน้อยผมยาวผู้มีนัยน์ตาโศก ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคาะแป้นสีขาวก็ดูสวยงาม ใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆเรียกสายตาให้ผู้ที่มองผ่านต้องหยุด แล้วหันกลับมามองอีกครั้ง

ดนตรีจบลงพร้อมๆกับเสียงปรบมือของบรรดาแขก หลังจากเข้าไปชื่นชมเจ้าสาว บิดาของหล่อนก็เดินมาทางเปียโนพร้อมเริ่มบทสนทนากับ ‘เขา’

“ญาณัช... ขอบคุณมาก... คุณเล่นเปียโนได้เพราะจริงๆ”

“ไม่หรอกครับ... ผมก็แค่เล่นได้” เขายิ้มบางๆให้เป็นการถ่อมตัว

“แล้วคุณทานอะไรหรือยัง... ระหว่างนี้ไปพักทานก่อนก็ได้นะ พวกเด็กๆเขาคงอยากคุยกันมากกว่าฟังเพลงแล้วล่ะ” พูดจบเขาก็หัวเราะ นักเปียโนร่างเพรียวยกมือไหว้พร้อมเอ่ยขอบคุณตามมารยาท แล้วจึงลุกจากเปียโนหลังนั้น เดินมาหยิบจานเปล่าแล้วเริ่มตักอาหาร

 

‘ญาณัช’ หนึ่งในทายาทรุ่นที่สามของตระกูลประสิทธิ์พรวิวัฒน์ ชายหนุ่มอายุ20ที่ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพียงเพราะทางบ้านไม่อนุญาต เขาที่อยากเรียนดนตรีจึงออกมาทำงานพิเศษเพื่อเก็บเงินที่โรงแรมแห่งนี้ทุกคืน โดยปกติจะเล่นที่ห้องอาหารของโรงแรม แต่ก็มีหลายทีที่เขาต้องมาเล่นในงานเลี้ยงเช่นนี้หากทางโรงแรมขอร้อง

เรื่องที่เขามาทำงานที่นี่ไม่มีใครรู้ ญาณัชตั้งใจว่าจะเก็บเงินเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

 

ญาณัชตักกับข้าวใส่จานเพียงอย่างละนิดเพราะเขาไม่ใช่คนทานเยอะ แต่พอเจอกับบร็อคโคลี่ผัดกุ้งก็หยุดมอง ก่อนจะตักมากกว่าอย่างอื่นถึงเท่าตัวแล้วจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งเป็นมุมเงียบสงบก่อนจะเริ่มทาน

รสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากทำให้บนใบหน้ามีรอยยิ้มแต้มอยู่ ยิ่งตักบร็อคโคลี่มาทานก็ยิ่งรู้สึกว่าเชฟที่นี่ทำอาหารอร่อย แต่รอยยิ้มกลับจางหายไปจากใบหน้า คนที่แอบมองเขาอยู่อาจจะคิดว่าบร็อคโคลี่นั้นไม่อร่อยถูกปาก แต่จริงๆแล้วเปล่า... สำหรับญาณัชแล้ว บร็อคโคลี่ผัดกุ้งจานนี้อร่อยมากจนเขาหวนนึกถึงคนที่ไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว

...ถ้าอาพีทได้ทาน...

...อาพีทต้องชอบแน่ๆ...

 

อาพีทที่ญาณัชคิดถึงก็คือ ‘พิชญ์’ ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของเขา ตอนที่ญาณัชอายุได้หกขวบ พ่อกับแม่ของเขาก็ประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินเสียชีวิต และในตอนนั้น คนที่รับเขามาดูแลราวกับเป็นลูกก็คือพิชญ์

ตอนแรกๆ ญาณัชไม่ค่อยเข้าใจเวลาได้ยินคนในบ้านแอบคุยกันถึงพิชญ์ว่าเป็นเกย์ เป็นตัวประหลาด พอโตขึ้นมาหน่อยก็เลยไปถามเอากับเจ้าตัวด้วยความซื่อ คำตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะก่อนที่คำอธิบายจะตามมา

‘แต่ว่าผู้ชายต้องชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอครับ’ เด็กผู้ชายตัวเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นห้องเงยหน้าถาม

‘ฮ่าๆ นั่นก็ใช่ แต่อาไม่ชอบนี่... ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ จริงไหมนัท’ ชายหนุ่มผมยาวหน้าตาสะอาดอ้านเอื้อมมือมาลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู

‘แต่พวกลุงๆป้าๆชอบว่าว่าอาพีทแปลกแล้วก็ประหลาดนี่ครับ... นัทไม่ชอบเลย’ ญาณัชทำหน้ายุ่ง

‘ถึงจะแปลก ถึงจะประหลาด... แต่ถ้าเรื่องที่อาชอบ ไม่ได้ทำร้ายหรือทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่เป็นไรหรอก... เหมือนกับที่นัทไม่ชอบกินไข่ดาวยังไงล่ะ... ไม่มีใครเดือดร้อนจากการที่นัทไม่กินจริงไหม ถึงคนทั่วไปจะมองว่าประหลาดเพราะไข่ดาวเขาก็กินกันทุกคน แต่ก็ไม่มีใครตายเพราะนัทไม่กินไข่ดาว จริงไหม.... คนเรา ชอบอะไรไม่เหมือนกัน... ใช่ไหมนัท’

‘...ครับ’

‘เข้าใจแล้วก็... ไปหาอะไรกินกันดีกว่า วันนี้ไปกินที่ร้านกุ้งกันเถอะ’ พิชญ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมทั้งแตะหลังหลานรักเบาๆเป็นการบอกให้ลุกขึ้น

‘เมื่อวันก่อนก็เพิ่งไปมานะครับอาพีท’

‘แต่บร็อคโคลี่ผัดกุ้งที่นั่นน่ะ อร่อยสุดยอดแล้วนะ เราก็ชอบเหมือนกันไม่ใช่เหรอนัท’

‘นัทชอบกะหล่ำผัดแฮมมากกว่าครับ แต่ไม่เป็นไร อาพีทชอบก็ไปกินกัน’ รอยยิ้มสดใสปรากฎบนใบหน้ากลมๆของเด็กน้อย เขารีบกระโดดใส่หลังพิชญ์ ก่อนที่เสียงหัวเราะจะตามมา

 

นึกถึงตรงนี้ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ญาณัชรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะลงมือทานต่อให้หมด ไม่นานนัก อาหารบนจานใบใหญ่หายไปจนหมด เหลือเพียงบร็อคโคลี่ผัดกุ้งครึ่งนึงจากที่ตักมาทิ้งไว้บนจาน เขายกมือประสานกันเป็นการไหว้ข้าว สิ่งที่พิชญ์สอนมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินหาเครื่องดื่ม

พักอยู่ได้ไม่นาน เขาก็ได้รับการเชิญให้ไปบรรเลงเพลงรักอีกสองสามเพลงก่อนจะเริ่มพิธีส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ คำชื่นชมมากมายที่ได้รับทำให้ต้องโค้งขอบคุณด้วยความเขินอาย ญาณัชปลีกตัวออกมาด้านนอกเมื่อแขกทุกคนไปส่งตัวเจ้าสาวกัน ร่างโปร่งในชุดสูทสีดำมียี่ห้อเดินไปนั่งที่แกรนด์เปียโนหลังใหญ่ตรงล็อบบี้

ตรงล็อบบี้นั้นมีแขกมานั่งทานกาแฟอยู่แค่คนสองคน ญาณัชหลับตาลงก่อนจะเริ่มเล่นเพลงRomance d’Amour เพลงแรกๆที่เขาเล่นเป็นตอนเริ่มหัดเล่นเปียโน... เพลงที่พิชญ์ชอบฟังเวลาทำงาน

ใบหน้าของพิชญ์ยามยิ้มแย้มพร้อมคำชื่นชมในตัวเขาผุดขึ้นมาในมโนภาพ เพลงรักแสนหวานกลับฟังดูเศร้าสร้อยและโหยหา สองปีที่ผ่านมาหลังจากพิชญ์ตายจากไป ญาณัชยังไม่สามารถลบความโศกเศร้าออกจากหัวใจได้

เมื่อบทเพลงจบลง มีเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆจากมุมหนึ่ง เมื่อญาณัชหันไปดูก็พบกับหญิงสูงวัยร่างเล็กในชุดสูทผ้าไหมราคาแพงยืนอยู่ ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นไหว้ก่อนจะลุกจากเปียโนแล้วเดินเข้ามาหา

“คุณพลอย... สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักทาย‘คุณพลอย’ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้

“เล่นได้เพราะเหมือนเคยนะ...” หล่อนเอ่ยชม บนใบหน้ามีริ้วรอยแห่งวัยปรากฎให้เห็นชัดเมื่อเธอยิ้ม

“ขอบคุณครับ”

“คืนนี้ดึกไปหน่อยนะ... นอนที่นี่ไหม... ฉันจะได้เปิดห้องให้”

“...คงต้องรบกวนคุณพลอยด้วยนะครับ” ญาณัชเรียนรู้ที่จะไม่ตอบปฏิเสธ เพราะก่อนหน้านี้หากปฏิเสธ พลอยก็จะรบเร้าให้แท็กซี่ของโรงแรมไปส่งที่บ้าน ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ความคงแตกว่าเขาทำงานที่นี่

“ไปขอคีย์การ์ดที่เคาน์เตอร์เหมือนเดิมได้เลยนะ... แล้วไว้พบกัน”

ชายหนุ่มยกมือไหว้อีกครั้ง แล้วยืนรอให้หล่อนเดินจากไปก่อน - - - หากให้คิดถึงเรื่องกลับบ้านกับนอนค้างที่นี่ ญาณัชก็ไม่ค่อยอยากจะกลับไปที่บ้านประสิทธิ์พรวิวัฒน์สักเท่าไหร่นัก เมื่อวานเพิ่งมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่บ้าน อยู่ๆ พลภัทร ประธานคนปัจจุบันผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเขาก็พาชายหนุ่มคนหนึ่งมาแนะนำว่าชื่อ ‘ชยางกูร’ โดยบอกว่าเป็นลูกที่เกิดกับภรรยาที่อเมริกา พูดง่ายๆก็คือลูกเมียน้อย พลภัทรบอกทุกคนในตระกูลให้รับรู้ว่า ชยางกูร จะมารับช่วงต่อบริษัทจากเขา และนั่น ทำให้คณัสนันท์ ลูกชายแท้ๆผู้ควรจะได้ตำแหน่งนั้นไม่พอใจจนถึงกับโวยลั่น สำหรับญาณัชแล้ว ใครจะสืบทอดอะไรยังไง เขาไม่สนใจนัก แต่เขาก็นึกสงสารคณัสนันท์อยู่ไม่น้อย เพราะเขารู้ว่าญาติผู้พี่ของเขาคนนี้ตั้งใจเรียนตามคำสั่งของพลภัทรขนาดไหน ในสายตาของญาณัชนั้น ชยางกูรดูเป็นคนรักสนุกมากกว่านักธุรกิจ ผมยาวสีทองกับต่างหูยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของว่าที่ประธานดูแย่ลงกว่าเดิม รูปร่างสูงโปร่งกับใบหน้าคมคายนั้นคงได้มาจากมารดาที่เป็นฝรั่ง ผู้ชายที่ดูดีแบบนี้คงไม่พ้นคำว่าเพลย์บอยแน่ๆ

แต่พิชญ์เคยสอนว่าอย่ามองคนแค่ที่เห็นจากภายนอก...

พอคิดได้อย่างนั้น ญาณัชก็เลิกเปลืองความคิดกับเรื่องที่บ้าน เขาตัดสินใจเดินไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมเพื่อรับคีย์การ์ด - - - เมื่อรับการ์ดใบเล็กมาถือไว้ในมือแล้ว ร่างบางก็มุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ แต่กลับไปสบตากับคนๆหนึ่งเข้า รูปร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบเชฟนั้นดูสะดุดตา

ญาณัชไม่ได้คิดอะไร เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคนๆนี้ตามเขามาตั้งแต่ตอนที่เขาออกมาจากงานแต่งงาน แต่พอเขาเดินผ่านเข้าลิฟต์ไป ผู้ชายร่างสูงคนนั้นก็สอดตัวเข้าตามเข้ามาในลิฟต์ ญาณัชใช้หางตามองด้วยความแปลกใจ บรรยากาศชวนอึดอัดก่อตัวขึ้นมาจนเขาต้องเงยหน้ามอง นัยน์ตาสีเขียวแปลกที่มองมาราวกับมีเรื่องไม่พอใจ ด้วยความที่เขาถูกอบรมมาดีพอ ถึงแม้จะไม่ได้ยิ้มให้แต่ก็เอ่ยถามอย่างมีมารยาทและสุภาพ

“ไม่ทราบว่า... มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

 

 


To be continue...











โจทย์ต่อให้ปิ่น

- คุณเชฟมีธุระอะไร

- ห้ามปล้ำ



หมดแล้ว ขอบคุณที่อ่านค่า ถ้าคอมเมนต์ด้วยจะดีมาก จะได้เอาไปปรับปรุงค่า

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เคะเอ๊ย open-mounthed smile


เมนท์เกรียนแล้วจากไป

#1 By KeeChan on 2008-06-24 00:28

อืมมม เคะจริง

(เม้นเกรียนกว่าเม้นพี่กีอีก เหอเหอ)question

#2 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-06-24 11:02

เย้ยยยยยยยยยยย

จบห้วนจังไปนิดนะเนี่ยคนเขียน! น่าจะให้ทะเลาะ เย้ย มีปมอะไรระหว่างตัวละครสองตัวนี้สักนิดนึง เช่นทะเลาะกันแล้วเดินออกนอกลิฟท์แล้วจบตอนเป็นต้น

ตอนใหม่มาไวๆนะ

อือ เขียนฟิควายไทยมั่งก็ดีแฮะ น่าติดตาม ชะตากรรมของหนุ่มนักเปียโนกับเชฟหนุ่ม คุคุ

#3 By Eami on 2008-06-24 11:04

^
ขี้เกียจอะ โยนให้คุณเชฟไปแล้ว คุณเชฟอยากให้เราเริ่มก่อนดีนัก คุคุคุ
ท่าทางน่าสนุกดีค่ะ
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

#5 By kyo (58.8.182.91) on 2008-06-24 12:26

อ่า...วายแบบไทยๆ

น่าติดตามดีนะค่ะ big smile

#6 By ~:{ リンニュー * Rinnyu }:~ on 2008-06-24 14:37

... มีห้ามปล้ำด้วยเรอะ 555+

ว้ายๆๆ กับเชฟเหรอ เร้าใจ...เข้าลิฟต์แล้วไงต่อ!!(ไม่ใช่แร่ะ)

เป็นเคะที่ดูน่าแกล้งดีจัง....
คุณเชฟไม่ปล้ำ

คุณเชฟจะหักห้ามใจ

แต่น้องนัทน่าปล้ำ...

คุณเชฟทำไงดี?

#8 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-06-26 21:39

^
อดทนสิคะ อั๊ง