Fiction Rally Side B: part 11 (hana matsumoto)

posted on 19 Oct 2008 12:09 by fictionfactory

 

 

 

 

 

-11-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทยุตเดินมาที่โซฟาเพื่อเรียกให้เด็กหนุ่มทานข้าว ทันทีที่มือสัมผัสลงที่ลาดไหล่บาง ชายหนุ่มก็รีบย้ายมือมาแตะเบาๆที่หน้าผากมนแทน

"คุณญาณัช... ทานข้าวก่อนนะครับ... เดี๋ยวผมเอายามาให้" เจ้าของบ้านพูดเป็นเชิงสั่ง น้ำเสียงที่ใช้ฟังดูเข้มแต่ก็ลดความแข็งกระด้างลงไปมากกว่าเมื่อก่อน เป็นอย่างที่คิดไว้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อ่อนแอกว่าคนทั่วไปขนาดไหน เมื่อเห็นว่าร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาแล้ว เขาจึงเดินไปหยิบยามาให้

ทันทีที่ญาณัชลุกขึ้น เขารู้สึกมึนหัวมากกว่าเมื่อครู่ นัยน์ตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนรู้สึกได้ มือผอมบางยกขึ้นปิดทาบดวงตาครู่หนึ่งก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะทานข้าว กลิ่นหอมหวานปนขมของช็อคโกแล็ตโชยมาแตะจมูกจนท้องร้อง นักเปียโนหนุ่มนั่งรอไม่นาน ทยุตก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วใบจิ๋วในมือที่มียาสองเม็ดอยู่ในนั้น

"ยาหลังอาหารครับ"

".................. ขอบคุณครับ" นัยน์ตาโศกสีนิลจ้องไปในดวงตาสีเขียวอมเทาของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ

...ทยุตไม่ได้ตอบอะไร

"... ไดร์เป่าผมอยู่ในห้องน้ำนะครับ..." เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่นั่นก็เป็นการบอกกลายๆว่าให้ไปหยิบมาเป่าผมเสีย ทยุตจินตนาการสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูญาณัชให้เติบโตมาแทบไม่ออก ทั้งเลือกกิน ป่วยง่าย หรืออย่างแค่หนามกุหลาบตำก็รีบหาพลาสเตอร์กับยา - - - อย่างกับได้รับการทนุถนอมราวกับไข่ในหินก็ว่าได้

"................................ ครับ"

บทสนทนาสั้นๆจบลง ญาณัชนิ่งไปพักหนึ่ง เขาอยากจะคุยกับคนตรงหน้าได้มากกว่าถามคำตอบคำ แต่ในสภาพที่ปวดหัวตึ๊บๆแบบนี้เขาก็นึกอะไรไม่ค่อยจะออก

"...... คุณ... ทำงานที่โรงแรมเหรอครับ" เด็กหนุ่มหมายถึงโรงแรมของคุณพลอยที่พวกเขาพบกันเป็นครั้งแรก

"เปล่าครับ... ผมรับเป็นงานๆไปตามแต่เขาจะเรียกจ้าง..." ร่างสูงตอบแล้วหยุดไปอึดใจหนึ่งก่อนถามกลับ

"คุณล่ะครับ"

"ผม... ทำเฉพาะ... ตอนกลางคืนครับ" น้ำเสียงนุ่มเริ่มฟังดูอู้อี้เล็กน้อย เขายกเครื่องดื่มขึ้นจิบเพื่อให้ชุ่มคอมากขึ้น

"...... แล้ว..." ทยุตยั้งไว้ ไม่รู้ว่าควรจะถามมากกว่านี้หรือไม่

"ครับ?"

"ตอนกลางวัน... คุณทำงานที่ไหนหรือเปล่าครับ"

"... เปล่าครับ"

คนตอบนิ่งไป บางทีควรจะตอบมากกว่าแค่นั้นไหมนะ

"... ผมอยู่บ้าน... ครับ...... แต่ถ้าทำจนดึก... ผมก็อยู่ที่โรงแรมครับ"

บทสนทนากระท่อนกระแท่นจบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ต้องรอนานญาณัชก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน

"อิ่มแล้วครับ... อร่อยมาก........ ขอบคุณครับ" ทยุตมองตามร่างบอบบางที่เดินอย่างอ่อนแรงไปทางห้องน้ำ เขาหวนนึกถึงรวิน อดีตคนรักที่ชอบมาอ้อนเขาทุกครั้งที่ป่วย กับ คนป่วยที่ไม่คิดจะขอความช่วยเหลืออะไรเลยตรงหน้าเขาคนนี้ ทั้งๆที่ตัวก็มีแค่นี้แต่กลับไม่อยากพึ่งใคร

...หรือบางทีอาจจะไม่คุ้นเคยกับการพึ่งคนอื่น

หลังจากเก็บล้างภาชนะที่ใช้สำหรับอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินไปที่ห้องน้ำ เสียงไดร์เป่าผมยังคงดังให้ได้ยิน ฝ่ามือใหญ่ดันประตูให้เปิดออกช้าๆ - - - ญาณัชยืนหลับตาพริ้มอยู่หน้ากระจกขณะที่มือข้างหนึ่งจับปลายผมไว้ และใช้มืออีกข้างที่ถือไดร์ค่อยๆเป่า ริมฝีปากบางซีดมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่เล็กน้อยราวกับกำลังนึกถึงใครบางคน

'หยุดเลยนะเจ้าตัวดี! จะเป่าผมให้อาแล้วเอาไดร์ยื่นใส่มาแบบนี้พอดีผมเยินกันหมด' พิชญ์หันไปโวยใส่เด็กประถมวัยกำลังซนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

'ก็นัทอยากช่วยอาพีทนี่ฮะ'

'นี่ เวลาเป่าผมน่ะ ทำแบบนี้ ผมจะได้ไม่เสียรู้ไหม'

'ทำช้าๆก็เสียเวลาสิฮะ อาพีท' เสียงเล็กๆเอ่ยบ่นกระปอดกระแปดตามประสาเด็ก

'งั้นก็เอาไดร์มา อาทำเอง'

'ไม่เอาฮะ! นัทอยากช่วย' ญาณัชร้องเสียงดังขึ้นมา มือเล็กๆยื้อยุดไดร์เป่าผมไว้

'ถ้าอยากช่วยก็ต้องทำดีๆ รู้ไหม'

'....... ฮะ'

เมื่อรู้สึกว่าผมแห้งดีแล้ว นัยน์ตาคู่สวยที่ดูเศร้าค่อยๆเปิดขึ้นช้า เขาสะดุ้งเล็กน้อยที่พบกับภาพของทยุตยืนพิงประตูผ่านทางกระจกบานใหญ่ ญาณัชหันมาหาเจ้าของบ้านขณะที่พันสายไฟของไดร์เป่าผมคืนที่

"... มีอะไรเหรอครับ"

"กลางวันผมจะทำข้าวต้มให้... ข้าวต้มกุ้งนะครับ" เขาถอยตัวออกมาจากประตูเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหา... ต้องบอกว่าญาณัชอยากจะเดินออกจากห้องน้ำมากกว่า

"ข้าวต้มหมูแทนได้ไหมครับ" ญาณัชถามกลับ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบทานกุ้ง แต่เพียงรู้สึกว่ากุ้งในข้าวต้มออกจะแปลกไปหน่อยสำหรับเขา

".... ได้ครับ" คนเป็นเชฟจะตอบอะไรได้ เขาเองก็เป็นฝ่ายขอให้อีกฝ่ายมาทาน อย่างน้อยจากกุ้งเป็นหมูก็ยังมีเนื้อ

".... อย่าใส่ผักโรยกับกระเทียมนะครับ" ก่อนที่ญาณัชจะได้เดินผ่านไป เขาหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงแล้วเอ่ยบอกอีกอย่าง

...เพราะว่าเลือกกินถึงได้ป่วยง่ายแบบนี้...

"... ถ้าไม่ใส่กระเทียมเจียวก็จะไม่หอมนะครับ"

"..... เอาแค่น้ำมันจากกระเทียมเจียวก็ได้นี่ครับ"

ทยุตตัดสินใจหยุดเถียง ถือว่าเป็นคนป่วยต้องทานข้าวทานยา เขาจะยอมให้ก่อนก็ได้ เมื่อเห็นว่าเชฟร่างสูงไม่พูดอะไรต่อ ญาณัชจึงเดินไปเอนตัวลงบนโซฟา

เจ้าของบ้านมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ดูท่าว่าฝนจะตกอีกยาว ระหว่างที่ยังคิดไม่ออกว่าควรจะทำอะไรฆ่าเวลา เขาไปเตรียมของไว้ทำอาหารกลางวันก็ได้ เริ่มจากหุงข้าวก่อนคงไม่เป็นไร

"ลูกชิ้น! ไส้กรอก! มานี่มา" ทยุตร้องเรียกเมื่อเห็นเจ้าหมาตัวแสบทั้งสองตัวตั้งท่าจะปีนขึ้นไปหาคนที่นอนหลับไปแล้ว อาจฟังดูประหลาดแต่สัตว์เลี้ยงที่น่ารักทั้งสองตัวพากันค้อนให้เจ้าของก่อนจะยอมเดินถอยออกมา

หลังจากทานอาหารกลางวันและยาเรียบร้อย เด็กหนุ่มเดินไปหาเจ้าของบ้านที่ง่วนอยู่กับการล้างหม้อใบใหญ่

"คุณทยุต... ครับ"

"ครับ?"

"ผมขอ... ยืมโทรศัพท์... ได้ไหมครับ" ร่างบางเริ่มไอออกมาบ้าง ทยุตหยิบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการยื่นให้

"ขอบคุณครับ..."

...คงต้องขอลาคุณพลอย...

...สภาพแบบนี้ยังไงก็ไปทำงานไม่ไหว...

ญาณัชที่รู้สึกแย่ลงกว่าเดิมพาตัวเองไปนอนลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าหนาวจนมือเย็นเฉียบ ร่างบอบบางภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวหลวมห่อตัวเข้าหากันเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวเอง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวร้อน

...เกลียดเวลาเป็นแบบนี้...

'นัท... ตัวร้อนจี๋เลย อาบอกแล้วไงว่าตากฝนมาแล้วให้รีบสระผม' ชายหนุ่มรีบอุ้มหลานตัวเล็กขึ้นมากอดไว้

'... อือ' นัยน์ตาโตหรี่ปรือเปิดแทบไม่ถึงครึ่งด้วยพิษไข้

'ปะ... ไปหาหมอกันดีกว่านะ'

มือเล็กยึดเสื้อเขาไว้แน่น

'ไม่เอา...... ไม่เอาหมอ...' เสียงเล็กๆที่คอยแต่เจื้อยแจ้วแหบแห้งจนพิชญ์ต้องยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ

'ไม่เอาหมอแล้วจะหายไหมนัท'

'... อาพีท... อยู่กับนัทนะฮะ.... นัทไม่เอาหมอ...'

ผู้เป็นอายิ้มให้กับญาณัชแล้วพยักหน้าช้าๆ

'เอาล่ะเอาล่ะ... ถ้าอย่างนั้น คนป่วยก็ต้องกินยาแล้วนอนพักรู้ไหม'

เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดพยักหน้าช้าๆ แล้วกอดคนที่อุ้มไว้แน่นสนิท

".... หนาว......." เสียงที่แหบแห้งหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของคนที่นอนขดตัว ทยุตเดินมาหมายจะถามว่าเอาผ้าห่มไหม

"คุณญาณัช......." เขายื่นมือไปหมายจะเรียกแต่กลับพบว่าอีกฝ่ายตัวร้อนมาก ญาณัชยังไม่รู้สึกตัวขึ้นมา ริมฝีปากพร่ำเรียกแต่ชื่อของพิชญ์

"... คุณญาณัชครับ"

เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว ก่อนที่จะคิดว่าควรทำอะไร เขาก็ย่อตัวลงสอดแขนช้อนเข้าใต้ร่างเล็กแล้วยกขึ้น

...ทำไมตัวเบาได้ขนาดนี้??

ความคิดของทยุตหยุดลงเมื่อมือผอมบางทั้งสองข้างยกขึ้นสัมผัสลำคอหนาก่อนจะซบใบหน้าเข้าหา

"... อาพีท... ตัวอุ่นจัง... ฮะ"

ร่างสูงถึงกับถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าการได้อยู่ร่วมกับใครในวันฝนตกก็ทำให้รู้สึกดีได้ เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าดีหรือไม่ ทยุตเดินไปเปิดตู้เย็นทั้งๆที่ยังอุ้มเด็กหนุ่มไว้ ญาณัชตัวเบาเสียจนแค่แขนข้างเดียวก็ยังประคองไว้ได้ เขาเอื้อมมือไปหยิบเอาcold packออกมา

...อย่างน้อยก็ต้องให้อุณภูมิลดก่อน...

ทยุตค่อยๆวางร่างบอบบางลงบนเตียงช้าๆ แล้ววางcold packทาบไปบนหน้าผากมน แต่ก่อนที่จะได้ลุกออกมา ต้นแขนแข็งแรงกลับถูกคว้าเอาไว้

"อาพีท... อยู่กับนัทนะฮะ..." เขาจ้องลึกไปในดวงตาสีนิลที่มองเขาอย่างอ้อนวอน

...บางทีเขาอาจจะคิดผิดที่เลือกยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่าย

...สถานการณ์แบบนี้...

เขาไม่คุ้นเคยเลย...

"...." ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มช้าๆไปโดยไม่รู้ตัว ญาณัชที่ยังมองเขาอยู่ค่อยๆยิ้มให้ รอยยิ้มที่แสดงออกมาว่าดีใจขนาดไหนทำให้รู้สึกแปลกๆขึ้นมา เมื่อร่างบางตรงหน้าเขยิบตัวหนีไปเล็กน้อยเพื่อสร้างพื้นที่ให้เขาได้นั่งลงบนเตียง เสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่ถูกแผ่นหลังของเจ้าตัวทับไว้ก็รั้งลงเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนขาว นัยน์ตาเศร้าคู่สวยค่อยๆปิดลงช้าๆ

ทยุตย้ายมือมาหมายจะจัดเสื้อที่หลุดรุ่ยให้เข้าที่ แต่มือกลับสัมผัสโดนกับผิวกายเนียนมือ เขาชะงักไปชั่วครู่

...ทั้งๆที่คิดว่าเป็นเด็กแปลก...

ใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงหาคนที่หลับสนิทไปแล้วช้าๆ

...แต่ว่า...

 

 

 

 

 

To be coninue...

คุณเชฟแม่งแย่

ฉันเกลียดการแต่งบทเสะ /ดิ้นๆๆๆๆ

 

เชอะ

 

โจทย์ให้คุณเชฟ

- ห้ามปล้ำเว้ย

- ห้ามเห็นรอยแผลที่ข้อมือน้องนัท

- หล่อ!

โจทย์ให้ปิ่น

- ห้ามปล้ำเว้ย

- ห้ามเป็นชี่ หรืออะไรก็ตามที่ฉลาดกว่าเทะ

 

อั๊ง จุ๊บ เลิฟ

 

Fiction Rally Side B: part 10 (Shadow)

posted on 15 Oct 2008 21:58 by fictionfactory

 

สายฝนสีขาวโปรยปรายลงบนพื้นถนน น้ำจากฟากฟ้าเจิ่งนองกระเซ็นเป็นสายยามที่ล้อรถบดเบียดกระแทกลงไป ความเร็วที่เร่งได้น้อยกว่าปกตินำพาความหงุดหงิดมาให้ชายหนุ่มในเสื้อแจ็กเก็ตสีดำเล็กน้อย เขาหมุนข้อมือที่บิดคันเร่งพลิกขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เลยเวลานัดมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว...ไม่รู้เหมือนกันว่า จะยังรออยู่มั้ย

ถ้ารอ...ก็ดี...

แต่ถ้าไม่รอ...ก็ไม่แปลก...

ทยุตบิดคันเร่งเพิ่มอีกนิดพามอเตอร์ไซค์คู่ใจทะยานไปตามถนน ท่ามกลางสายฝนที่ไร้วี่แววว่าจะหยุด

 

 

“ฮัดชิ้ว!” ร่างบอบบางถูจมูกฟุดฟิดไปมา ใบหน้าขาวที่เปรอะด้วยละอองฝนมองไปยังสุดปลายถนนหน้าบ้าน ญาณัชเขย่งตัวมองซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้มากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ในหัวคิดจะกลับไปนอนในบ้านหลายครั้ง...แต่เขาก็ยังยืนกางร่มรอท่ามกลางสายฝน

...ทำไมยังไม่มาอีกนะ หรือว่าจะมีอุบัติเหตุ หรือว่า...เพราะฝนตกเลยยกเลิกนัดวันนี้...

ยังไม่ทันที่ความคิดฟุ้งซ่านจะได้สานต่อ เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่คุ้นตาขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าฝนเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมเสียงทุ้มห้าวที่พูดอู้อี้ออกมาจากหมวกกันน็อค

“ทำไมไม่เข้าไปรอในบ้าน”

ญาณัชสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปด้วยเสียงขุ่นๆ....

“ก็ในบ้านมันไม่เห็นนี่..ครับ” ท้ายประโยคเขากดเสียงต่ำระงับอารมณ์ขุ่นมัว...ทั้งๆที่ตัวเองมาช้าแท้ๆ พอมาถึงยังจะมาดุใส่อีก

ทยุตนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองร่างที่เปียกละอองฝนก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนลง “ผมแค่...กลัวคุณเป็นหวัด ขอโทษที่มาช้า ฝนตกแบบนี้ผมไม่อยากขับรถเร็ว”

“ดีแล้วครับ จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ” ญาณัชพูดเสียงเบา

“แล้วฝนตกอย่างนี้คุณญาณัชจะไปพร้อมผมหรือให้เรียกแท็กซี่ดีครับ” เชฟหนุ่มเสนอทางเลือกเพราะถ้าไปกับเขา...ญาณัชเปียกแน่ๆ แถมท่าทางอย่างนี้ก็บอกได้เลยว่าโดนฝนนานๆต้องไม่สบายเพราะความต้านทานของร่างกายเดิมก็ต่ำอยู่แล้ว ภาพที่อยู่ก็หลับ..แถมหลับหลายครั้งต่อวันส่งผลให้เชฟหนุ่มรู้ว่าความแข็งแรงของร่างกายคนๆนี้ต่างจากคนทั่วๆไป

...หรือถ้าเรียกให้ถูกก็คือ...อ่อนแอกว่าธรรมดาเป็นสองเท่า...

“ผมไปกับคุณดีกว่า...” ญาณัชตอบแล้วก้าวขึ้นซ้อนทันที ซึ่งดูจากท่าทางที่ยังเก้งก้างเจ้าของรถเลยอดจะยื่นมือไปช่วยไม่ได้

ทยุตถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมอยู่แล้วยื่นส่งให้ ดวงตาสีเขียวอมเทาจ้องมองราวกับจะสั่งไม่ให้ปฏิเสธ...คนที่อ้าปากจะพูดว่าไม่เลยจำใจรับมาสวมแต่โดยดี

“เก็บร่มด้วยครับ...ผมขี่รถไม่ถนัด” ทยุตสั่งแล้วใส่หมวกกันน็อคครอบลงไปบนเส้นผมสีดำเปียกชื้นของชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่า ญาณัชขมวดคิ้วแน่น...ก็รู้อยู่แล้วว่าเวลานั่งรถแบบนี้กางร่มไม่ได้แล้วเขาก็กำลังจะเก็บอยู่แล้ว..ไม่ต้องรอให้ใครบางคนมาคอยสั่งหรอก

...ขี้บ่นจริง...

 

 

“ห้องอาบน้ำอยู่ข้างๆครัวครับ”

หลังจากที่จอดรถข้างๆบ้านได้ญาณัชรู้สึกเหมือนร่างของตัวเองปลิวหวือติดมือเย็นเฉียบของชายหนุ่มร่างสูงเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับผ้าขนหนูสีขาวกรุ่นกลิ่นแดดจากที่ไหนไม่รู้โปะลงบนศีรษะตัวเอง

“คุณอาบก่อนเลยครับ” ตามมารยาทที่ดี...แถมอีกฝ่ายดูเหมือนจะเปียกกว่าหลายเท่า ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะให้เขายืมเสื้อไปคลุม ดวงตาโศกจับจ้องร่างสูงตรงหน้า เสื้อเชิ้ตสีดำแนบไปตามร่างกายที่แค่ดูภายนอกก็รู้แล้วว่าแข็งแรง เส้นผมสีทองที่ดูฟีบลงเล็กน้อยเพราะถูกฝนแนบลงมาตามเสื้อผ้าชุ่มน้ำ

“คุณเปียกมากกว่าผม” ญาณัชยืนยันคำเดิมแล้วเช็ดหัวตัวเองเบาๆ

“แต่ผม...แข็งแรงกว่าคุณ” ท่าทีที่พูดอย่างมั่นใจแล้วเดินเข้าไปในห้องฝั่งตรงข้ามทันทีที่พูดจบทำให้ญาณัชนึกอยากเขวี้ยงผ้าเช็ดตัวลงพื้น...แต่เขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วหยิบมันเดินเข้าห้องน้ำไป

...นอกจากจะขี้บ่นแล้ว...ยังน่าหมั่นไส้อีกด้วย...

แต่น่าแปลกที่ว่า...กับคนๆนี้เขากลับไม่มีความรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้เลย...

 

 

ทยุตถอดชุดที่เปียกโชกออกแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวในห้องนอนมาพันผมไว้ลวกๆ มือใหญ่หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมแล้วผูกเชือกเอาไว้แน่นหนา เขาส่องกระจกในห้องนอนแล้วนึกขำกับการแต่งตัวของตัวเอง...รอยยิ้มบางเบาบนกระจกสะท้อนให้เห็นว่า...บางที...แค่บางที...การได้อยู่ร่วมกับใครบางคนในวันฝนตกมันก็มีความสุขได้

ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องนอนทั้งชุดนั้นผ่านเจ้าปีศาจสองตัวที่นอนหลับข้างโซฟาฟังเสียงฝนไปยังห้องครัวที่เย็นเยียบ ปลายเท้าเปล่าเปลือยย่ำกระเบื้องในห้องครัวไปทางตู้เก็บของและตู้เย็นหยิบส่วนประกอบที่จะใช้...ทำอะไรอุ่นๆให้คนที่กำลังอาบน้ำ

ทยุตปาดเนยใส่ชามที่มีช็อกโกแลตแบบเม็ดกับน้ำตาลแล้วส่งเข้าเวฟไปหนึ่งนาที ระหว่างนั้นก็หันมากรุพิมพ์ด้วยแผ่นฟอยล์พร้อมกับทาเนยขาวบางๆ พอไมโครเวฟดังก็เอาส่วนผสมที่กลายเป็นสีน้ำตาลข้นๆมาคนแล้วพักเอาไว้ อีกชามอ่างหนึ่งเขาร่อนแป้งสาลี โกโก้ ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน ชายหนุ่มหยิบไข่ตอกลงในชามใบใหม่พร้อมผงกาแฟนิดหน่อยและกลิ่นวานิลลาแล้วตีมันให้ขึ้นเป็นฟองก่อนจะเทส่วนผสมที่เข้าเวฟแล้วลงไปคนให้เข้ากันอีกที

“......คุณทยุตครับ.....” เสียงเรียกเบาๆอย่างเกรงใจดังขึ้นจากในห้องน้ำ ร่างสูงอุ้มชามอ่างที่กำลังคนผสมอยู่เดินไปยืนหน้าประตูที่ปิดสนิท “ครับ?”

“คือว่าผม....” เสียงบิดลูกบิดห้องน้ำดังแกร็กแล้วใบหน้าขาวที่พราวด้วยหยดน้ำก็ยื่นออกมา ญาณัชเบิกตากว้างกับชุดอีกฝ่าย...เช่นเดียวกับทยุตที่ตกใจกับร่างผอมบางที่เห็นเพียงแวบเดียว

“ผมขอยืมเสื้อแขนยาว...กับกางเกงได้มั้ยครับ เอาเป็นเชิ้ตก็ได้”

“สระผมหรือยัง”

“ยังครับ...กำลังจะสระ”

“งั้นรออีกแป๊บนึงเดี๋ยวผมไปเอามาให้ คุณอาบน้ำไปเรื่อยๆก่อน จะแช่ในอ่างก็ได้” เชฟหนุ่มพูดพลางคนส่วนผสมไปด้วย

เขาเดินกลับไปที่ครัวแล้วเอาแป้งที่ร่อนแล้วลงไปผสมพร้อมๆกับเปิดไฟวอร์มเตาอบ หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยก็เอาส่วนผสมที่ได้ใส่ลงในพิมพ์แล้วเคาะไล่อากาศก่อนจะกรุด้วยฟอยล์ด้านบนกันหน้าขนมไหม้ แล้วส่งเข้าเตาอบตั้งเวลาไว้
“คุณทยุตครับ...” เสียงเรียกครั้งที่สองดังขึ้นทันทีที่เขากดตั้งเวลาเสร็จ ทยุตรับคำแล้ววิ่งไปหยิบเชิ้ตขาวกับกางเกงยืดขาสั้นแบบที่เขาเอาไว้ใส่ตอนนอนมายื่นให้มือขาวๆที่โผล่ออกมาจากห้องน้ำ

“ถ้าอาบเสร็จแล้วไปนั่งรอที่โซฟาก่อนก็ได้”

“ครับ” เสียงที่เริ่มแหบแห้งตอบออกมา ร่างเล็กที่เดินออกจากห้องน้ำดูบอบบางลงเมื่ออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ใหญ่กว่าตัวเองจนไหล่ตกและกางเกงขาสั้น เส้นผมสีดำยาวถูกรวบด้วยผ้าเช็ดตัวเผยผิวขาวที่แดงเรื่อด้วยน้ำอุ่น ดวงตาสีเขียวอมเทาลอบมองตามไปช้าๆ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วก้าวเข้าไปแทนที่ให้สายน้ำชำระล้างร่างกาย

...บ้าเอ๊ย...

...ดันคิดว่า “น่ารักดี” ซะได้...

 

 

ญาณัชเดินมาหยุดที่โซฟา ข้างๆนั้นมีสองปีศาจ..ตามคำเรียกของทยุต...นอนอิงแอบกันและกันอยู่ ริมฝีปากบางยิ้มเอ็นดู เขานั่งบนโซฟาชันเข่าขึ้นมากอด ในตัวรู้สึกหนาวๆร้อนๆตั้งแต่ยังอาบน้ำหากแต่น้ำอุ่นยังพอช่วยได้บ้าง แต่ในเวลานี้..ที่มีเพียงโซฟากับพื้นกระเบื้องเย็นๆ ความหนาวก็เริ่มโจมตีช้าๆ....เขาไอออกมาเบาๆพลางสูดจมูก พอเอาหลังมืออิงที่หน้าผากก็รู้สึกถึงความร้อน

...ป่วยจริงๆซะแล้ว...

 

 

ทยุตในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ดและกางเกงยีนส์เดินออกมาจากห้องนอน หลังจากอาบน้ำและเข้าไปแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็นึกห่วงสิ่งที่อยู่ในเตาอบทันที ร่างสูงก้าวยาวๆไปทันได้ยินเสียง ‘ติ๊ง’ ของเตาอบ  บราวนี่ชุ่มฉ่ำอุ่นจัดถูกนำวางคว่ำลงบนตะแกรงเพื่อเอาออกจากพิมพ์ เขาปล่อยมันทิ้งไว้แล้วคว้าชามอ่างที่สะอาดมาหนึ่งใบเพื่อทำกานาซ ช็อกโกแลตแบบแท่งผสมกับวิปปิ้งครีมและเนยสดในถ้วยถูกเอาไปเวฟชั่วครู่แล้วเอาออกมาคนสลับกันไปสองสามครั้ง พอทั้งหมดละลายเขาก็เอาผงกาแฟที่บดแล้วใส่ลงไปคนให้ละลาย

เชฟหนุ่มเอาจานสีขาวสองใบที่อยู่ในตู้ออกมาวางบนโต๊ะ มือใหญ่ถือมีดคมกริบค่อยๆเฉือนบราวนี่สีเข้มออกมาเป็นชิ้นใหญ่วางใส่ลงไปราดทับด้วยกานาซอุ่นๆ ทยุตหันไปทำแบบเดิมกับอีกจากก่อนจะหยิบช้อนมาวางบนจาน พลางรินน้ำร้อนใส่กาที่มีชาสำเร็จรูปกลิ่นคาโมมายด์ ทั้งหมดถูกวางลงบนถาดพร้อมแก้วชาสองใบ....

....มื้อเช้าอุ่นๆต้อนรับวันฝนตกได้เริ่มขึ้นแล้ว....

 

To be continue...

 

 

อยากกินบราวนี่...

 

โจย์ให้น้องนัท

- ป่วยอย่างโมเอ้

โจทย์ให้ฮานะ

- ใช้เสื้อเชิ้ตตัวหลวมไหล่ตกให้เป็นประโยชน์นะจ๊ะ(555+)

Book List for Comic Party 12 2008.10.04-05

posted on 01 Oct 2008 22:10 by fictionfactory

Long time no see~! (เรอะ...)

 

เนื่องจากในงาน Comic Party ครั้งที่ 12 ที่กำลังจะมาถึงในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ (4-5 ต.ค. 2551) ทาง Fiction Factory ก็จะได้ไปเปิดบูธอีกแล้วค่ะ~!

 

แผนผังบูธน่ะเหรอ...เอ่อ...แบบว่าตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมค่ะ...=____="

งานจัดที่ Central World นะคะ ชั้น 1 ลานหน้า B2S ค่ะ

(หาไม่ยากล่ะมั้ง เดินไปทางฝั่ง Tokyu เป็นสำคัญ ที่เหลือจากนั้นคาดว่าเสียงบนเวทีและผู้คนจะนำทางให้ท่านเอง...)

 

 

รายชื่อหนังสือ มีดังนี้ค่ะ

  • The Sky is Blue ~Sora wo Miagete~
  • Tenipuri Short Fiction Collection
  • Chaser : White Message
  • Endless Road
  • Love Like Lust
  • Ache
  • Oblivion
  • Maybe, Goodbye

 

รายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่ม ดูได้จาก Released หรือลิงค์ที่ด้านบนได้เหมือนเดิมค่ะ

 

นอกจากนี้ หนนี้เรายังมีนี่ด้วย~!

 

แต่นแต๊น~!!!

บัตรสะสมแต้ม(?)ค่ะ~! ซื้อครบทุก 200 บาทรับไปเลย 1 แต้ม (เป็นลายเซ็นจากสมาชิก Fiction Factory)

เอาไว้สะสมครบ 10 แต้มจะได้รับส่วนลด 10% ไว้ใช้กับหนังสือเล่มหน้าที่ซื้อได้ 1 เล่มค่ะ~!

 

นี่คือรายละเอียดหลังบัตร

- ซื้อหนังสือครบทุก 200 บาท รับ 1 ลายเซ็นจากสมาชิกคนใดก็ได้ใน Fiction Factory
- สะสมครบ 10 ลายเซ็น เลือกรับส่วนลด 10% จากหนังสือที่ซื้อจำนวน 1 เล่ม
- บัตรนี้ใช้ได้เมื่อสะสมครบ 10 ลายเซ็นเท่านั้น
- บัตรเสียหาย ชำรุด ฉีกขาด หรือมีการตัดปะ จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดได้
- ไม่เซ็นย้อนให้สำหรับหนังสือที่ซื้อก่อนหน้าเวลาออกบัตร
- จะมีการทำสัญลักษณ์เอาไว้ในหนังสือที่แลกลายเซ็นแล้ว
- ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเสมอนะคะ~ª

 

ตามนี้ล่ะค่ะ!

 

นอกจากนี้ก็มีการแบ่งพื้นที่จำนวน 28 x 50 cm. ตามความต้องการของผู้ยื่นคำร้อง (ล้อเล่นนะ...เรื่องพื้นที่) เพื่อวางโดอีกเล่มนึงค่ะ

 

รายละเอียด(และรายการสินค้าอื่นๆ) ของ Nakare และ Amakura สามารถดูเพิ่มเติม ได้ที่นี่ค่ะ

 

เอาล่ะ...หมดแล้วมั้ง...(เนอะ?)

 

โอเค

 

 

แล้วพบกันนะค้า~~~!!!