Fiction Rally Side B: part 11 (hana matsumoto)
posted on 19 Oct 2008 12:09 by fictionfactory
-11-
ทยุตเดินมาที่โซฟาเพื่อเรียกให้เด็กหนุ่มทานข้าว ทันทีที่มือสัมผัสลงที่ลาดไหล่บาง ชายหนุ่มก็รีบย้ายมือมาแตะเบาๆที่หน้าผากมนแทน
"คุณญาณัช... ทานข้าวก่อนนะครับ... เดี๋ยวผมเอายามาให้" เจ้าของบ้านพูดเป็นเชิงสั่ง น้ำเสียงที่ใช้ฟังดูเข้มแต่ก็ลดความแข็งกระด้างลงไปมากกว่าเมื่อก่อน เป็นอย่างที่คิดไว้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อ่อนแอกว่าคนทั่วไปขนาดไหน เมื่อเห็นว่าร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาแล้ว เขาจึงเดินไปหยิบยามาให้
ทันทีที่ญาณัชลุกขึ้น เขารู้สึกมึนหัวมากกว่าเมื่อครู่ นัยน์ตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนรู้สึกได้ มือผอมบางยกขึ้นปิดทาบดวงตาครู่หนึ่งก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะทานข้าว กลิ่นหอมหวานปนขมของช็อคโกแล็ตโชยมาแตะจมูกจนท้องร้อง นักเปียโนหนุ่มนั่งรอไม่นาน ทยุตก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วใบจิ๋วในมือที่มียาสองเม็ดอยู่ในนั้น
"ยาหลังอาหารครับ"
".................. ขอบคุณครับ" นัยน์ตาโศกสีนิลจ้องไปในดวงตาสีเขียวอมเทาของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ
...ทยุตไม่ได้ตอบอะไร
"... ไดร์เป่าผมอยู่ในห้องน้ำนะครับ..." เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่นั่นก็เป็นการบอกกลายๆว่าให้ไปหยิบมาเป่าผมเสีย ทยุตจินตนาการสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูญาณัชให้เติบโตมาแทบไม่ออก ทั้งเลือกกิน ป่วยง่าย หรืออย่างแค่หนามกุหลาบตำก็รีบหาพลาสเตอร์กับยา - - - อย่างกับได้รับการทนุถนอมราวกับไข่ในหินก็ว่าได้
"................................ ครับ"
บทสนทนาสั้นๆจบลง ญาณัชนิ่งไปพักหนึ่ง เขาอยากจะคุยกับคนตรงหน้าได้มากกว่าถามคำตอบคำ แต่ในสภาพที่ปวดหัวตึ๊บๆแบบนี้เขาก็นึกอะไรไม่ค่อยจะออก
"...... คุณ... ทำงานที่โรงแรมเหรอครับ" เด็กหนุ่มหมายถึงโรงแรมของคุณพลอยที่พวกเขาพบกันเป็นครั้งแรก
"เปล่าครับ... ผมรับเป็นงานๆไปตามแต่เขาจะเรียกจ้าง..." ร่างสูงตอบแล้วหยุดไปอึดใจหนึ่งก่อนถามกลับ
"คุณล่ะครับ"
"ผม... ทำเฉพาะ... ตอนกลางคืนครับ" น้ำเสียงนุ่มเริ่มฟังดูอู้อี้เล็กน้อย เขายกเครื่องดื่มขึ้นจิบเพื่อให้ชุ่มคอมากขึ้น
"...... แล้ว..." ทยุตยั้งไว้ ไม่รู้ว่าควรจะถามมากกว่านี้หรือไม่
"ครับ?"
"ตอนกลางวัน... คุณทำงานที่ไหนหรือเปล่าครับ"
"... เปล่าครับ"
คนตอบนิ่งไป บางทีควรจะตอบมากกว่าแค่นั้นไหมนะ
"... ผมอยู่บ้าน... ครับ...... แต่ถ้าทำจนดึก... ผมก็อยู่ที่โรงแรมครับ"
บทสนทนากระท่อนกระแท่นจบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ต้องรอนานญาณัชก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน
"อิ่มแล้วครับ... อร่อยมาก........ ขอบคุณครับ" ทยุตมองตามร่างบอบบางที่เดินอย่างอ่อนแรงไปทางห้องน้ำ เขาหวนนึกถึงรวิน อดีตคนรักที่ชอบมาอ้อนเขาทุกครั้งที่ป่วย กับ คนป่วยที่ไม่คิดจะขอความช่วยเหลืออะไรเลยตรงหน้าเขาคนนี้ ทั้งๆที่ตัวก็มีแค่นี้แต่กลับไม่อยากพึ่งใคร
...หรือบางทีอาจจะไม่คุ้นเคยกับการพึ่งคนอื่น
หลังจากเก็บล้างภาชนะที่ใช้สำหรับอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินไปที่ห้องน้ำ เสียงไดร์เป่าผมยังคงดังให้ได้ยิน ฝ่ามือใหญ่ดันประตูให้เปิดออกช้าๆ - - - ญาณัชยืนหลับตาพริ้มอยู่หน้ากระจกขณะที่มือข้างหนึ่งจับปลายผมไว้ และใช้มืออีกข้างที่ถือไดร์ค่อยๆเป่า ริมฝีปากบางซีดมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่เล็กน้อยราวกับกำลังนึกถึงใครบางคน
'หยุดเลยนะเจ้าตัวดี! จะเป่าผมให้อาแล้วเอาไดร์ยื่นใส่มาแบบนี้พอดีผมเยินกันหมด' พิชญ์หันไปโวยใส่เด็กประถมวัยกำลังซนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
'ก็นัทอยากช่วยอาพีทนี่ฮะ'
'นี่ เวลาเป่าผมน่ะ ทำแบบนี้ ผมจะได้ไม่เสียรู้ไหม'
'ทำช้าๆก็เสียเวลาสิฮะ อาพีท' เสียงเล็กๆเอ่ยบ่นกระปอดกระแปดตามประสาเด็ก
'งั้นก็เอาไดร์มา อาทำเอง'
'ไม่เอาฮะ! นัทอยากช่วย' ญาณัชร้องเสียงดังขึ้นมา มือเล็กๆยื้อยุดไดร์เป่าผมไว้
'ถ้าอยากช่วยก็ต้องทำดีๆ รู้ไหม'
'....... ฮะ'
เมื่อรู้สึกว่าผมแห้งดีแล้ว นัยน์ตาคู่สวยที่ดูเศร้าค่อยๆเปิดขึ้นช้า เขาสะดุ้งเล็กน้อยที่พบกับภาพของทยุตยืนพิงประตูผ่านทางกระจกบานใหญ่ ญาณัชหันมาหาเจ้าของบ้านขณะที่พันสายไฟของไดร์เป่าผมคืนที่
"... มีอะไรเหรอครับ"
"กลางวันผมจะทำข้าวต้มให้... ข้าวต้มกุ้งนะครับ" เขาถอยตัวออกมาจากประตูเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหา... ต้องบอกว่าญาณัชอยากจะเดินออกจากห้องน้ำมากกว่า
"ข้าวต้มหมูแทนได้ไหมครับ" ญาณัชถามกลับ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบทานกุ้ง แต่เพียงรู้สึกว่ากุ้งในข้าวต้มออกจะแปลกไปหน่อยสำหรับเขา
".... ได้ครับ" คนเป็นเชฟจะตอบอะไรได้ เขาเองก็เป็นฝ่ายขอให้อีกฝ่ายมาทาน อย่างน้อยจากกุ้งเป็นหมูก็ยังมีเนื้อ
".... อย่าใส่ผักโรยกับกระเทียมนะครับ" ก่อนที่ญาณัชจะได้เดินผ่านไป เขาหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงแล้วเอ่ยบอกอีกอย่าง
...เพราะว่าเลือกกินถึงได้ป่วยง่ายแบบนี้...
"... ถ้าไม่ใส่กระเทียมเจียวก็จะไม่หอมนะครับ"
"..... เอาแค่น้ำมันจากกระเทียมเจียวก็ได้นี่ครับ"
ทยุตตัดสินใจหยุดเถียง ถือว่าเป็นคนป่วยต้องทานข้าวทานยา เขาจะยอมให้ก่อนก็ได้ เมื่อเห็นว่าเชฟร่างสูงไม่พูดอะไรต่อ ญาณัชจึงเดินไปเอนตัวลงบนโซฟา
เจ้าของบ้านมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ดูท่าว่าฝนจะตกอีกยาว ระหว่างที่ยังคิดไม่ออกว่าควรจะทำอะไรฆ่าเวลา เขาไปเตรียมของไว้ทำอาหารกลางวันก็ได้ เริ่มจากหุงข้าวก่อนคงไม่เป็นไร
"ลูกชิ้น! ไส้กรอก! มานี่มา" ทยุตร้องเรียกเมื่อเห็นเจ้าหมาตัวแสบทั้งสองตัวตั้งท่าจะปีนขึ้นไปหาคนที่นอนหลับไปแล้ว อาจฟังดูประหลาดแต่สัตว์เลี้ยงที่น่ารักทั้งสองตัวพากันค้อนให้เจ้าของก่อนจะยอมเดินถอยออกมา
หลังจากทานอาหารกลางวันและยาเรียบร้อย เด็กหนุ่มเดินไปหาเจ้าของบ้านที่ง่วนอยู่กับการล้างหม้อใบใหญ่
"คุณทยุต... ครับ"
"ครับ?"
"ผมขอ... ยืมโทรศัพท์... ได้ไหมครับ" ร่างบางเริ่มไอออกมาบ้าง ทยุตหยิบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการยื่นให้
"ขอบคุณครับ..."
...คงต้องขอลาคุณพลอย...
...สภาพแบบนี้ยังไงก็ไปทำงานไม่ไหว...
ญาณัชที่รู้สึกแย่ลงกว่าเดิมพาตัวเองไปนอนลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าหนาวจนมือเย็นเฉียบ ร่างบอบบางภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวหลวมห่อตัวเข้าหากันเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวเอง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวร้อน
...เกลียดเวลาเป็นแบบนี้...
'นัท... ตัวร้อนจี๋เลย อาบอกแล้วไงว่าตากฝนมาแล้วให้รีบสระผม' ชายหนุ่มรีบอุ้มหลานตัวเล็กขึ้นมากอดไว้
'... อือ' นัยน์ตาโตหรี่ปรือเปิดแทบไม่ถึงครึ่งด้วยพิษไข้
'ปะ... ไปหาหมอกันดีกว่านะ'
มือเล็กยึดเสื้อเขาไว้แน่น
'ไม่เอา...... ไม่เอาหมอ...' เสียงเล็กๆที่คอยแต่เจื้อยแจ้วแหบแห้งจนพิชญ์ต้องยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ
'ไม่เอาหมอแล้วจะหายไหมนัท'
'... อาพีท... อยู่กับนัทนะฮะ.... นัทไม่เอาหมอ...'
ผู้เป็นอายิ้มให้กับญาณัชแล้วพยักหน้าช้าๆ
'เอาล่ะเอาล่ะ... ถ้าอย่างนั้น คนป่วยก็ต้องกินยาแล้วนอนพักรู้ไหม'
เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดพยักหน้าช้าๆ แล้วกอดคนที่อุ้มไว้แน่นสนิท
".... หนาว......." เสียงที่แหบแห้งหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของคนที่นอนขดตัว ทยุตเดินมาหมายจะถามว่าเอาผ้าห่มไหม
"คุณญาณัช......." เขายื่นมือไปหมายจะเรียกแต่กลับพบว่าอีกฝ่ายตัวร้อนมาก ญาณัชยังไม่รู้สึกตัวขึ้นมา ริมฝีปากพร่ำเรียกแต่ชื่อของพิชญ์
"... คุณญาณัชครับ"
เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว ก่อนที่จะคิดว่าควรทำอะไร เขาก็ย่อตัวลงสอดแขนช้อนเข้าใต้ร่างเล็กแล้วยกขึ้น
...ทำไมตัวเบาได้ขนาดนี้??
ความคิดของทยุตหยุดลงเมื่อมือผอมบางทั้งสองข้างยกขึ้นสัมผัสลำคอหนาก่อนจะซบใบหน้าเข้าหา
"... อาพีท... ตัวอุ่นจัง... ฮะ"
ร่างสูงถึงกับถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าการได้อยู่ร่วมกับใครในวันฝนตกก็ทำให้รู้สึกดีได้ เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าดีหรือไม่ ทยุตเดินไปเปิดตู้เย็นทั้งๆที่ยังอุ้มเด็กหนุ่มไว้ ญาณัชตัวเบาเสียจนแค่แขนข้างเดียวก็ยังประคองไว้ได้ เขาเอื้อมมือไปหยิบเอาcold packออกมา
...อย่างน้อยก็ต้องให้อุณภูมิลดก่อน...
ทยุตค่อยๆวางร่างบอบบางลงบนเตียงช้าๆ แล้ววางcold packทาบไปบนหน้าผากมน แต่ก่อนที่จะได้ลุกออกมา ต้นแขนแข็งแรงกลับถูกคว้าเอาไว้
"อาพีท... อยู่กับนัทนะฮะ..." เขาจ้องลึกไปในดวงตาสีนิลที่มองเขาอย่างอ้อนวอน
...บางทีเขาอาจจะคิดผิดที่เลือกยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่าย
...สถานการณ์แบบนี้...
เขาไม่คุ้นเคยเลย...
"...." ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มช้าๆไปโดยไม่รู้ตัว ญาณัชที่ยังมองเขาอยู่ค่อยๆยิ้มให้ รอยยิ้มที่แสดงออกมาว่าดีใจขนาดไหนทำให้รู้สึกแปลกๆขึ้นมา เมื่อร่างบางตรงหน้าเขยิบตัวหนีไปเล็กน้อยเพื่อสร้างพื้นที่ให้เขาได้นั่งลงบนเตียง เสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่ถูกแผ่นหลังของเจ้าตัวทับไว้ก็รั้งลงเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนขาว นัยน์ตาเศร้าคู่สวยค่อยๆปิดลงช้าๆ
ทยุตย้ายมือมาหมายจะจัดเสื้อที่หลุดรุ่ยให้เข้าที่ แต่มือกลับสัมผัสโดนกับผิวกายเนียนมือ เขาชะงักไปชั่วครู่
...ทั้งๆที่คิดว่าเป็นเด็กแปลก...
ใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงหาคนที่หลับสนิทไปแล้วช้าๆ
...แต่ว่า...
To be coninue...
คุณเชฟแม่งแย่
ฉันเกลียดการแต่งบทเสะ /ดิ้นๆๆๆๆ
เชอะ
โจทย์ให้คุณเชฟ
- ห้ามปล้ำเว้ย
- ห้ามเห็นรอยแผลที่ข้อมือน้องนัท
- หล่อ!
โจทย์ให้ปิ่น
- ห้ามปล้ำเว้ย
- ห้ามเป็นชี่ หรืออะไรก็ตามที่ฉลาดกว่าเทะ
อั๊ง จุ๊บ เลิฟ
Released